วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อารมณ์เปลี่ยนเร็ว


เคยไหมที่บางทีอารมณ์ดีๆ กลับกลายเป็นหงุดหงิด เพียงแค่คนใกล้ตัวทำอะไรไม่ถูกใจ
เรื่องนี้เกิดมาในคู่สามี-ภรรยา ที่แม้จะรักกันดี แต่พอพ่อเจ้าประคุณทำอะไรไม่ถูกใจเพียงนิดเดียว คุณภรรยาก็อาจโมโหเกิดเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาได้จนสามีถึงกับงง เรื่องแบบนี้แม้แต่เจ้าตัวฝ่ายหญิงเองยังงงกับตัวเองเลยค่ะ ว่าทำไมอารมณ์ตนเองถึงเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ เป็นโรคจิตหรือเปล่า
เรื่อง นี้คุณหมอ Nassir Ghaemi จากวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในฐานะผู้อำนวยการแผนวิจัยด้าน Bipolar Disorder ของ Cambridge Health Alliance ไขข้อข้องใจว่า อาการอารมณ์สวิงขึ้นๆลงๆ ที่เกิดกับผู้หญิงบางคนนั้น หากเกิดช่วงสั้นๆ และไม่บ่อย ก็ถือเป็นปกติของชีวิต ไม่น่ากังวลใจ แต่หากคุณพบว่าตัวเองมักจะหงุึดหงิดเอามากๆจนอยากระบายอารมณ์แรงๆ และเป็นบ่อยผิดปกติแล้ว ให้ลองสังเกตดูว่า วันที่คุณเกิดอารมณ์แรงๆนี้เป็นวันก่อนที่จะมีประจำเดือนหรือไม่ เพราะอาจเป็นผลของกลุ่มอาการก่อนการมีประจำเดือน (PMS-Premenstrual Syndrome) ซึ่งคุณหมอตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน หรือการคลายเครียดในปริมาณความเข้มข้นต่ำๆ อาจช่วยให้อาการหงุดหงิดดีขึ้นได้
แต่หากอาการหงุดหงิืดที่ว่าไม่ ได้เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้นอาจมีสาเหตุมาจากทางจิตใจ โดยเฉพาะหากร่วมด้วยอาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ และรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแล้วล่ะก็ ทางที่ดีลองหาโอกาสพูดคุยกับนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ดูบ้าง เพื่อจะได้จัดการกับอารมณ์อย่างถูกวิธี หรือวินิจฉัยโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า หรือ Bipolar disorder ซึ่งเป็นความผิดปกติของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน และสามารถรักษาได้ด้วยยา

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทุกข์กับความรัก... ที่ไม่สมหวัง

ทุกข์กับความรัก... ที่ไม่สมหวัง



ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์กับความรัก...เพียงเพราะคนที่เรารัก...ไม่รักตอบทุ่มเทก็แล้ว ดีกับเขามากๆก็แล้ว...ทุกอย่างที่ทำเพื่อคนที่เรารักก็ทำมาแล้วสุดท้ายเขาก็ยังไม่รักเรา เหมือนที่เรารักเขาเสียทีสิ่งที่เกิดขึ้นในใจจึงมีทั้งท้อ และดื้อรั้น...ท้อ..เพราะผิดหวัง...รั้น..เพราะยังอยากสมหวัง...เมื่อสองสิ่งที่ต่างขั้วมาอยู่รวมกัน มันก็เลยทำให้เราฟุ้งซ่านบางทีก็ทำอะไรโดยไม่รู้ตัว เช่น เขาไม่รักก็ได้แต่ตามตื้อเขาเขารำคาญก็ยังสร้างความรำคาญให้เขาเพิ่มมากขึ้น...ทำอย่างนี้เรามีความสุขหรือก็เปล่าเขาจะชื่นชมยินดีกับสิ่งที่เราทำหรือก็ไม่...เมื่อขึ้นชื่อว่า "ไม่ได้รัก" ต่อให้ดีแค่ไหนหล่อแค่ไหน หรือสวยแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางปันใจมารักเราหรอก !"เมื่อประตูบานแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นหากเรามัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานเราจะมองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่นที่เปิดไว้รอ..."สำหรับคนที่รักเขาแล้วเขาไม่ได้รัก...อย่าคิดว่าความสุขในชีวิตได้หมดลงแล้วเราจะรักใครชอบใครอีกไม่ได้แล้วในชาตินี้...เราเพียงแค่ตั้งใจเอามือปิดตาทั้งสองข้างให้มองไม่เห็นอะไรก็เท่านั้น!ลองเอามือออก...แล้วค่อย ๆ ลืมตา....เราจะพบประตูแห่งความสุขที่อยู่รอบตัวอีกตั้งหลายบาน...ลองตัดสินใจเดินไปที่ประตูบานอื่นดูสิ!...อย่ายึดติดอยู่กับประตูที่ไม่ได้เปิดต้อนรับเราอีกต่อไปเลย"คนทุกคนต่างเป็นเหมือนตัวจิ๊กซอว์...ที่ออกตามหากันและกันเมื่อค้นพบเจอตัวจิ๊กซอว์ที่ต่อกันติด...ก็จะเกิดภาพที่สมบูรณ์..."หากเราไม่ใช่สำหรับเขา นั่นแสดงว่าเราไม่ใช่ตัวจิ๊กซอว์ที่หายไปของเขาความรักก็คงเป็นเช่นนั้นด้วย....เพราะรักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนสองคนมีใจที่ตรงกันมีสายใยบางๆที่คอยเชื่อมต่อถึงกัน...ออกไปตามหาตัวจิ๊กซอว์ที่เหมาะสม และคู่ควรกับเราดีกว่าอย่ามัวแต่ยึดติดกับรักที่ต่อไม่ติดให้เสียโอกาสตัวเองเลยชีวิตกล้าทำอย่างอื่นได้...ก็น่าจะกล้าหาญบอกลาจิ๊กซอว์ตัวปลอมตัวนั้นได้เรื่องอย่างนี้ มันอยูที่ "ใจ" เท่านั้น...อย่าเสียใจ หากต้อง "ตัดใจ"...แต่จงดีใจที่ได้มีโอกาสได้ค้นหาเพื่อที่จะได้พบเจอ "หัวใจ"...หัวใจดวงที่เราออกตามหามาตลอดทั้งชีวิต

ออกกำลังกายสบายๆ สไตล์...เบาหวาน

ออกกำลังกายสบายๆ สไตล์...เบาหวาน
ออกกำลังกาย เรื่องเด่น
ปลอดภัยได้ถ้าไม่ประมาท




การออกกำลังกายดูเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และธรรมดา แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องคำนึงถึงโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นด้วย ดังนั้นก่อนจะคิดบริหารร่างกายด้วยวิธีใด ก็ควรได้รับการประเมินหาภาวะแทรกซ้อนก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดังกรณีต่อไปนี้



1. โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือป่วยเป็นโรคเบาหวานมานาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ มีกรรมพันธุ์ทางสายเครือญาติที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันสูง หรืออาจมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ ก่อนออกกำลังกาย ควรได้รับการตรวจโดยการวิ่งบนสายพานเพื่อประเมินประสิทธิภาพของร่างกายก่อน



2. โรคหลอดเลือดแดงขาตีบ ผู้ป่วยมีอาการปวดขาเวลาเดิน แต่พอได้พักก็จะหายปวด กรณีนี้ควรได้รับการประเมินหลอดเลือดแดงที่ขาก่อน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีอันตรายต่อเท้า และควรสวมเครื่องป้องกันเท้า สามารถออกกำลังโดยการเดิน ขี่จักรยาน ว่ายน้ำได้



3. โรคแทรกซ้อนทางตา ควรได้ตรวจจอรับภาพก่อน และงดการออกกำลังกายบางประเภทที่อาจทำให้ตาบอดได้ เช่น การยกน้ำหนัก การงัดข้อ การวิดพื้น การชกมวย การวิ่ง การเป่าเครื่องดนตรี โดยเลือกการออกกำลังกายเบาๆ แทน เช่น เดิน ขี่จักรยานอยู่กับที่ และว่ายน้ำ



ก่อนออกกำลังกาย ควรวอร์มร่างกายก่อน 5-10 นาที ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อและเอ็น จากนั้นให้ออกกายบริหารโดยการวิ่ง หรือเดินเร็วๆ 30 นาที หลังจากออกกำลังกายให้พัก 5-10 นาที และยืดกล้ามเนื้ออีก 5-10 นาที การออกกำลังกายขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของร่างกายผู้ป่วย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ระยะเวลาของการออกำลังกายควรอยู่ที่ 30-40 นาที หรืออย่างน้อย 20 นาทีต่อครั้ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 16.00 น. เพราะจะทำให้น้ำตาลตอนเช้าลดลง การออกกำลังกายหลังอาหารจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดลงได้



การออกกำลังกายไม่ว่าจะเดิน ขี่จักรยาน วิ่ง วิ่งอยู่กับที่ ว่ายน้ำ แอโรบิค หรือการยกน้ำหนักเบาๆ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย ควรเริ่มจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากเบาคือให้มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระดับ 40% ของอัตราการเต้นสูงสุด ซึ่งความหนักของการออกกำลังกายใช้อัตราเต้นสูงสุดของหัวใจเป็นเกณฑ์ โดยทั่วไปแนะนำให้ออกกำลังจนอัตราหัวใจเต้นได้ 60-80% ของอัตราการเต้นสูงสุด ซึ่งหลักเกณฑ์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เท่ากับ 220-อายุผู้ป่วย



เพื่อการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาฉีดอินซูลิน และควรป้องกันแผลอันอาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย เช่นตาปลา หรือการอักเสบที่เท้า นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนออกกำลังกายและหลังจากนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็น ที่สำคัญควรพกน้ำตาลติดตัวไปด้วย เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แม้จะมีเงื่อนไขบ้าง แต่ผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถออกกำลังกายแบบสบายๆ และปลอดภัยได้ถ้าไม่ประมาท!!...