วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อารมณ์เปลี่ยนเร็ว


เคยไหมที่บางทีอารมณ์ดีๆ กลับกลายเป็นหงุดหงิด เพียงแค่คนใกล้ตัวทำอะไรไม่ถูกใจ
เรื่องนี้เกิดมาในคู่สามี-ภรรยา ที่แม้จะรักกันดี แต่พอพ่อเจ้าประคุณทำอะไรไม่ถูกใจเพียงนิดเดียว คุณภรรยาก็อาจโมโหเกิดเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาได้จนสามีถึงกับงง เรื่องแบบนี้แม้แต่เจ้าตัวฝ่ายหญิงเองยังงงกับตัวเองเลยค่ะ ว่าทำไมอารมณ์ตนเองถึงเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ เป็นโรคจิตหรือเปล่า
เรื่อง นี้คุณหมอ Nassir Ghaemi จากวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในฐานะผู้อำนวยการแผนวิจัยด้าน Bipolar Disorder ของ Cambridge Health Alliance ไขข้อข้องใจว่า อาการอารมณ์สวิงขึ้นๆลงๆ ที่เกิดกับผู้หญิงบางคนนั้น หากเกิดช่วงสั้นๆ และไม่บ่อย ก็ถือเป็นปกติของชีวิต ไม่น่ากังวลใจ แต่หากคุณพบว่าตัวเองมักจะหงุึดหงิดเอามากๆจนอยากระบายอารมณ์แรงๆ และเป็นบ่อยผิดปกติแล้ว ให้ลองสังเกตดูว่า วันที่คุณเกิดอารมณ์แรงๆนี้เป็นวันก่อนที่จะมีประจำเดือนหรือไม่ เพราะอาจเป็นผลของกลุ่มอาการก่อนการมีประจำเดือน (PMS-Premenstrual Syndrome) ซึ่งคุณหมอตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน หรือการคลายเครียดในปริมาณความเข้มข้นต่ำๆ อาจช่วยให้อาการหงุดหงิดดีขึ้นได้
แต่หากอาการหงุดหงิืดที่ว่าไม่ ได้เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้นอาจมีสาเหตุมาจากทางจิตใจ โดยเฉพาะหากร่วมด้วยอาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ และรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแล้วล่ะก็ ทางที่ดีลองหาโอกาสพูดคุยกับนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ดูบ้าง เพื่อจะได้จัดการกับอารมณ์อย่างถูกวิธี หรือวินิจฉัยโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า หรือ Bipolar disorder ซึ่งเป็นความผิดปกติของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน และสามารถรักษาได้ด้วยยา

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทุกข์กับความรัก... ที่ไม่สมหวัง

ทุกข์กับความรัก... ที่ไม่สมหวัง



ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์กับความรัก...เพียงเพราะคนที่เรารัก...ไม่รักตอบทุ่มเทก็แล้ว ดีกับเขามากๆก็แล้ว...ทุกอย่างที่ทำเพื่อคนที่เรารักก็ทำมาแล้วสุดท้ายเขาก็ยังไม่รักเรา เหมือนที่เรารักเขาเสียทีสิ่งที่เกิดขึ้นในใจจึงมีทั้งท้อ และดื้อรั้น...ท้อ..เพราะผิดหวัง...รั้น..เพราะยังอยากสมหวัง...เมื่อสองสิ่งที่ต่างขั้วมาอยู่รวมกัน มันก็เลยทำให้เราฟุ้งซ่านบางทีก็ทำอะไรโดยไม่รู้ตัว เช่น เขาไม่รักก็ได้แต่ตามตื้อเขาเขารำคาญก็ยังสร้างความรำคาญให้เขาเพิ่มมากขึ้น...ทำอย่างนี้เรามีความสุขหรือก็เปล่าเขาจะชื่นชมยินดีกับสิ่งที่เราทำหรือก็ไม่...เมื่อขึ้นชื่อว่า "ไม่ได้รัก" ต่อให้ดีแค่ไหนหล่อแค่ไหน หรือสวยแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางปันใจมารักเราหรอก !"เมื่อประตูบานแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นหากเรามัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานเราจะมองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่นที่เปิดไว้รอ..."สำหรับคนที่รักเขาแล้วเขาไม่ได้รัก...อย่าคิดว่าความสุขในชีวิตได้หมดลงแล้วเราจะรักใครชอบใครอีกไม่ได้แล้วในชาตินี้...เราเพียงแค่ตั้งใจเอามือปิดตาทั้งสองข้างให้มองไม่เห็นอะไรก็เท่านั้น!ลองเอามือออก...แล้วค่อย ๆ ลืมตา....เราจะพบประตูแห่งความสุขที่อยู่รอบตัวอีกตั้งหลายบาน...ลองตัดสินใจเดินไปที่ประตูบานอื่นดูสิ!...อย่ายึดติดอยู่กับประตูที่ไม่ได้เปิดต้อนรับเราอีกต่อไปเลย"คนทุกคนต่างเป็นเหมือนตัวจิ๊กซอว์...ที่ออกตามหากันและกันเมื่อค้นพบเจอตัวจิ๊กซอว์ที่ต่อกันติด...ก็จะเกิดภาพที่สมบูรณ์..."หากเราไม่ใช่สำหรับเขา นั่นแสดงว่าเราไม่ใช่ตัวจิ๊กซอว์ที่หายไปของเขาความรักก็คงเป็นเช่นนั้นด้วย....เพราะรักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนสองคนมีใจที่ตรงกันมีสายใยบางๆที่คอยเชื่อมต่อถึงกัน...ออกไปตามหาตัวจิ๊กซอว์ที่เหมาะสม และคู่ควรกับเราดีกว่าอย่ามัวแต่ยึดติดกับรักที่ต่อไม่ติดให้เสียโอกาสตัวเองเลยชีวิตกล้าทำอย่างอื่นได้...ก็น่าจะกล้าหาญบอกลาจิ๊กซอว์ตัวปลอมตัวนั้นได้เรื่องอย่างนี้ มันอยูที่ "ใจ" เท่านั้น...อย่าเสียใจ หากต้อง "ตัดใจ"...แต่จงดีใจที่ได้มีโอกาสได้ค้นหาเพื่อที่จะได้พบเจอ "หัวใจ"...หัวใจดวงที่เราออกตามหามาตลอดทั้งชีวิต

ออกกำลังกายสบายๆ สไตล์...เบาหวาน

ออกกำลังกายสบายๆ สไตล์...เบาหวาน
ออกกำลังกาย เรื่องเด่น
ปลอดภัยได้ถ้าไม่ประมาท




การออกกำลังกายดูเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และธรรมดา แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องคำนึงถึงโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นด้วย ดังนั้นก่อนจะคิดบริหารร่างกายด้วยวิธีใด ก็ควรได้รับการประเมินหาภาวะแทรกซ้อนก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดังกรณีต่อไปนี้



1. โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือป่วยเป็นโรคเบาหวานมานาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ มีกรรมพันธุ์ทางสายเครือญาติที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันสูง หรืออาจมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ ก่อนออกกำลังกาย ควรได้รับการตรวจโดยการวิ่งบนสายพานเพื่อประเมินประสิทธิภาพของร่างกายก่อน



2. โรคหลอดเลือดแดงขาตีบ ผู้ป่วยมีอาการปวดขาเวลาเดิน แต่พอได้พักก็จะหายปวด กรณีนี้ควรได้รับการประเมินหลอดเลือดแดงที่ขาก่อน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีอันตรายต่อเท้า และควรสวมเครื่องป้องกันเท้า สามารถออกกำลังโดยการเดิน ขี่จักรยาน ว่ายน้ำได้



3. โรคแทรกซ้อนทางตา ควรได้ตรวจจอรับภาพก่อน และงดการออกกำลังกายบางประเภทที่อาจทำให้ตาบอดได้ เช่น การยกน้ำหนัก การงัดข้อ การวิดพื้น การชกมวย การวิ่ง การเป่าเครื่องดนตรี โดยเลือกการออกกำลังกายเบาๆ แทน เช่น เดิน ขี่จักรยานอยู่กับที่ และว่ายน้ำ



ก่อนออกกำลังกาย ควรวอร์มร่างกายก่อน 5-10 นาที ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อและเอ็น จากนั้นให้ออกกายบริหารโดยการวิ่ง หรือเดินเร็วๆ 30 นาที หลังจากออกกำลังกายให้พัก 5-10 นาที และยืดกล้ามเนื้ออีก 5-10 นาที การออกกำลังกายขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของร่างกายผู้ป่วย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ระยะเวลาของการออกำลังกายควรอยู่ที่ 30-40 นาที หรืออย่างน้อย 20 นาทีต่อครั้ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 16.00 น. เพราะจะทำให้น้ำตาลตอนเช้าลดลง การออกกำลังกายหลังอาหารจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดลงได้



การออกกำลังกายไม่ว่าจะเดิน ขี่จักรยาน วิ่ง วิ่งอยู่กับที่ ว่ายน้ำ แอโรบิค หรือการยกน้ำหนักเบาๆ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย ควรเริ่มจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากเบาคือให้มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระดับ 40% ของอัตราการเต้นสูงสุด ซึ่งความหนักของการออกกำลังกายใช้อัตราเต้นสูงสุดของหัวใจเป็นเกณฑ์ โดยทั่วไปแนะนำให้ออกกำลังจนอัตราหัวใจเต้นได้ 60-80% ของอัตราการเต้นสูงสุด ซึ่งหลักเกณฑ์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เท่ากับ 220-อายุผู้ป่วย



เพื่อการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาฉีดอินซูลิน และควรป้องกันแผลอันอาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย เช่นตาปลา หรือการอักเสบที่เท้า นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนออกกำลังกายและหลังจากนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็น ที่สำคัญควรพกน้ำตาลติดตัวไปด้วย เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แม้จะมีเงื่อนไขบ้าง แต่ผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถออกกำลังกายแบบสบายๆ และปลอดภัยได้ถ้าไม่ประมาท!!...

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

เพลงมาใหม่

สครับ (Scrubb)


ศิลปิน สครับ (Scrubb) คู่หูดูโอขวัญใจเด็กแนว วงสครับบ์ ประกอบไปด้วย ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ (เมื่อย) รับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและร้องนำ และต่อพงษ์ จันทบุปผา (บอล) ทำหน้าที่ดูแลงานด้านดนตรีทั้งหมด โดยมีโปรดิวเซอร์คู่บุญ ฟั่น โกมล บุญเพียรผล โปรดิวเซอร์มือรางวัลจากเวทีสีสันอะวอร์ดส ดูแลในด้านการควบคุมการผลิตเหมือนเช่นเคย

อัลบั้มKID
อัลบั้ม นี้ชื่อว่า "KID" คอนเซ็ปของมันคือ "KID เข้า คิด ออก" คือใช้ความรู้สึกในการทำงานมากขึ้นเหมือนสมัยเป็นเด็ก ชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ไม่ทำ ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมายมากลั่นกรองความคิดนั้น ใส่ความเป็นเด็กในการทำงานมากขึ้นก็จะกล้าทำมากขึ้น ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีในปัจจุบัน คิดอะไรแล้วดี ชอบ ทำเลย

เนื้อหาของเพลง
"คำตอบ"เป็นเพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อน แฟน คนที่แอบรัก หรือว่า คนที่รักเรา ขึ้นอยู่กับว่า คนที่ฟังตอนนั้นคิดถึงใครอยู่ แล้วทบทวนความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ว่าคำตอบสุดท้ายของความสัมพันธ์จะสรุปที่อะไร เวลาจะพาคำตอบนั้นมาให้รู้เอง ซึ่งคำตอบของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปดังเช่นท่อนหนึ่งในเพลงว่า “คำตอบนั้น เรารู้คำตอบ” ในด้านของดนตรีเริ่มจากอยากทำเพลงเต้นรำสนุกๆ คิดเล่นๆ ว่าถ้าวงเราจะทำเพลง Dance มันจะออกมาเป็นไง ซึ่งก็กลายมาเป็นเพลงนี้ ซึ่งเป็นซิงเกิลแรก กับอัลบัมใหม่ KID

เนื้อเพลง
· สองคนบนดาวที่กว้างใหญ่
ฉันลืมไปแล้วว่าเมื่อไหร่ที่เราได้เจอกัน
เมื่อฉันมองดูเธอและรู้สึกไม่ใช่คนที่คุ้นเคยแต่มากกว่านั้น

*เวลา…หมุนไป
แต่บางทีเวลาเดินช้าเกินไป ช้าเกิน

**ก่อนคืนและวันจะพาเรามา ให้พบกัน
สร้างความผูกพัน แต่ละวันนั้นมีความหมาย
ต่างๆหากคืนและวันจะพาเรามา ให้คุ้นเคย
ไม่ต้องคิดเลย คำตอบนั้นเรารู้ในใจ

สักวันเธอคงมีคำตอบ
สักวันเธอคงต้องยอมบอกว่าเธอคิดยังไง

หากฉันมีดวงตาที่มองผ่าน
ลึกลงไปข้างในใจ
ว่าใครอยู่ในนั้น

*/**

ก่อนคืนและวันจะพาเรามา ให้พบกัน
สร้างความผูกพัน แต่ละวันนั้นมีความหมาย ต่างๆ
หากคืนและวันจะพาเรามา ให้คุ้นเคย
ไม่ต้องคิดเลย คำตอบนั้นเรารู้คำตอบ
_____________________________________

สครับ (Scrubb) - คำตอบ MV



วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย ลดโรค !ได้ถ้าทำเป็นประจำ

หลายท่านไม่เคยออกกำลังมาก่อนเมื่อเริ่มออกกำลังอาจจะทำให้เหนื่อยง่ายวิธีดีที่สุดของการเริ่มต้นออกกำลังกายคือให้เริ่มออกกำลังกายจากกิจวัตรประจำวันเช่น
• ใช้การเดินหรือขี่จักรยานเมื่อไปที่ไม่ไกล
• หยุดใช้รถหนึ่งวันแล้วใช้การเดินไปทำงานสำหรับผู้ที่บ้านและที่ทำงานไม่ไกล
• ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์หรือบันไดเลื่อน
• ขี่จักรยานรอบหมู่บ้าน
• ทำงานบ้าน เช่นทำสวน ล้างรถ ถูบ้าน
ทำกิจวัตรเหล่านั้นทุกวันเป็นเวลา 2-3 เดือน หลังจากเพิ่มกิจกรรมได้พักหนึ่งจึงเริ่มต้นเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เช่น
• เดินให้เร็วขึ้นสลับกับเดินช้า
• ขี่จักรยานนานขึ้น
• ขึ้นบันไดหลายชั้นขึ้น
• ขุดดิน ทำสวนนานขึ้น
• ว่ายน้ำ
• เต้น aerobic แต่ไม่ต้องมาก
• เต้นรำ
• เล่นกีฬา เช่น แบดมินตัน เทนนิส ปิงปอง
หลังจากที่เตรียมความพร้อมร่างกายแล้วเรามาเริ่มต้น ฟิตร่างกายกัน
หลังจากเตรียมความพร้อมแล้ว คุณได้ออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้วหากคุณต้องการฟิตร่างกายก็สามารถทำได้โดย
• โดยการวิ่งเร็วขึ้น นานขึ้น
• ว่ายน้ำนานขึ้น
การฟิตร่างกาย คุณต้องติดตามความก้าวหน้าของการออกกำลังกายเช่น เวลาที่ใช้ในการออกกำลังเพิ่มขึ้น ระยะทางในการออกกำลังเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นได้ดี
การออกกำลังกายเป็นประจำ
• จะต้องตระหนักว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งจะขาดไม่ได้เหมือนการนอนหลับ หรือการรับประทานอาหาร
• เลือกการออกกำลังกายที่ชอบที่สุด และสะดวกที่สุด
• ครอบครัวอาจจะมีส่วนร่วมด้วยก็จะดี
• ช่วงแรกๆของการออกกำลังกายไม่ควรจะหยุด ให้ออกจนเป็นนิสัย
• บันทึกการออกกกำลังกายไว้
• หาเป็นไปได้ควรจะมีกลุ่มเพื่อออกกำลังกายร่วมกันเพราะกลุ่มจะช่วยกันประคับประคอง
• ตั้งเป้าหมายการออกกำลังและการรับประทานทุกเดือนโดยอย่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไป
• ติดตามความก้าวหน้าโดยดูจากสมุดบันทึก
• ให้รังวัลเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย(ห้ามการเลี้ยงอาหาร)
• ที่สำคัญการออกกำำลังแม้เพียงเล็กน้อยดีกว่าการไม่ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายอย่างปลอดภัย
ถ้าหากท่านได้เตรียมความพร้อมที่จะออกกำลังกายแล้วอยากจะฟิตร่างกายท่านสามารถทำได้ทันที แต่หากมีอาการหรือโรคต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฟิตร่างกาย
• ถ้าท่านอายุมากกว่า 45ปี
• หรือมีโรคประจำตัวเช่นโรคความดันโลหิตสูง
• โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง
• สูบบุหรี่
• หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
• มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยมาก
• มีอาการหน้ามืด
จำเป็นต้องอุ่นร่างกายหรือไม่
ก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาจำเป็นต้องอบอุ่นร่างกายทุกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อมของหัวใจ และหลังจากการออกกำลังควรจะอบอุ่นร่างกายอีกครั้ง รายละเอียดดูได้จากการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ความฟิตคืออะไร Physical fittness

ความฟิตไม่ได้หมายถึงว่าคุณสามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าใด หรือยกน้ำหนักได้เท่าใด แต่ ความฟิตหมายถึงประสิทธิภาพของหัวใจ ปอดและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปถ้าหากออกกำลังกายได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีโดยออกหนักปานกลาง สัปดาห์ละอย่างน้อย 5 วันถือว่าได้ออกกำลังแบบ aerobic exercise รายละเอียดมีในออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ความฟิตของร่างกายต้องประกอบด้วยปัจจัย 5 อย่าง
1. Cardiorepiratory endurance หมายถึงความสามารถของหัวใจที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้อย่างเพียงพอในขณะที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบ areobic จะเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง
2. Muscular strength ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อซึ่งเราสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยการยกน้ำหนัก หรือวิ่งขึ้นบันได
3. Muscular enduranceความทนของกล้ามเนื้อหมายถึงความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้า
4. สัดส่วนของร่างกาย หมายถึงสัดส่วนของกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน การออกกกำลังจะทำให้มีปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นแต่ปริมาณไขมันจะลดลง อาจจะดูได้จากดัชนีมวลกาย
5. Flexibility ความยืดหยุดของกล้ามเนื้อ เอ็น เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหรือข้อได้รับอุบัติเหตจากการออกกำลังกาย อ่านและฟังที่นี่
ขณะป่วยควรออกกำลังกายหรือไม่
ขณะที่เจ็บป่วยไม่ควรออกกำลังกายเพราะจะทำให้โรคเป็นมากขึ้นควรจะพักจนอาการดีขึ้น แต่ถ้าท่านเป็นโรคเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ในการออกกำลังกาย
จริงหรือไม่ที่การออกกำลังกายโดยการเดินดีพอๆกับการวิ่ง
การเริ่มต้นออกกำลังควรใช้วิธีเดินเนื่องจากจะไม่เหนื่อยมาก ยังลดน้ำหนักได้และอาการปวดข้อไม่มาก ส่วนการวิ่งจะเป็นการออกกำลังที่คุณเตรียมร่างกายไวพร้อมแล้วเพราะการวิ่งจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ทำให้เหนื่อย และทำให้ปวดข้อ ดังนั้นการออกกำลังโดยการเดินเหมาะสำหรับคนอ้วน หรือผู้ที่เริ่มออกกำลังกายแต่ถ้าผู้ที่ต้องการความฟิตของร่างกายควรออกกำลังโดยการวิ่ง
คนท้องควรออกกำลังหรือไม่
คนท้องควรออกกำลังกายเป็นประจำแต่ออกกำลังแบบเบาๆโดยการเดิน ไม่ควรวิ่ง ไม่ควรยกของหนัก รายละเอียดอ่านได้จากการออกกำลังในคนท้อง
จะรู้ได้อย่างไรว่าออกกำลังกายมากเกินไป
ท่านสามารถสังเกตขณะออกกำลังกายว่ามากไปหรือไม่โดยสังเกตจากอาการดังต่อไปนี้
• หัวใจเต้นเร็วมากจนรู้สึกเหนื่อย
• หายใจเหนื่อยจนพูดไม่เป็นประโยค
• เหนื่อยจนเป็นลม
• ไม่มีอาการปวดข้อหลังออกกำลังกาย
หากมีอาการดังกล่าวให้หยุดการออกกำลังสองวันและเวลาออกกำลังให้ลดระดับการออกกำลังกาย
ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
ผลต่อโรคความดันโลหิตสูง(140/90)
• ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายจะมีโอกาศเป็นความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 35%
• การออกกกำลังอย่างสท่ำเสมอจะลดทั้งความดัน systole และ diastole อย่างชัดเจน
• คนไข้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะมีอัตราการเสี่ียงชีวิตจากโรคแทรกซ้อน น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลัง
• การออกกำลังจะช่วยเพิ่มอายุ 1-1.5ปี
ผลต่อโรคเส้นเลือดสมอง
• อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลงเมื่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
• เมื่อขึ้นบันไดวันละ 20 ขั้นจะลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลงร้อยละ 20
• ผู้ที่ออกกกำลังกายโดยการเดินเร็วๆสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงจะมีอุบัติการของโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงร้อยละ 40
ผลต่อโรคเบาหวาน
• ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะมีโอกาสการเกิดโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 42
• ผู้ออกกกำลังมากจนกระทั่งเหงื่อออก 1 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีอุบัติการของการเกิดโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 22
ผลต่อหัวใจ
• ผู้ที่ไม่ออกกำำลังกายจะมีโอกาศเสียชีวิตเป็นสองเท่าของผู้ที่ออกกำลังกาย
• การออกกำลังกายจะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้น
• การออกกำลังกายจะทำให้หัวใจสะสมพลังงานไว้ใช้เมื่อเวลาหัวใจต้องทำงานหนัก
• เพิ่มความแข็งแรงในการบีบตัวของหัวใจ
• ลดระดับไขมันในเลือด เพิ่มระดับ HDL (ซึ่งเป็นไขมันที่ดี)
• ลดระดับความดันโลหิต ลดการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานน้อยลง
ผลต่อมะเร็ง
• การออกกำลังกายจะลดการเกิดโรคมะเร็งได้ร้อยละ 46
ผลต่อคุณภาพชีวิต
• การออกกำลังกาย 1500 กิโลแครอรีต่อสัปดาห์(ออกกำลังกายหนักปานกลาง)จะเพิ่มอายุ 1.57 ปีและลดอุบัติการการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงร้อยลง 67
• สำหรับผู้สูงอายุทุก 1 ไมล์ที่เดินจะลดอุบัติการเสียชีวิตลงร้อยละ 19
• การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ(อายุ 45-84)จะลดการเสียชีวิตร้อยละ 18
การมีรูปร่างที่สมส่วนดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่หลายคนมักประสบปัญหาเดียวกัน คือ ความตั้งใจสูง แต่ความพยายามต่ำ ทำให้ต้องล้มเลิกความตั้งใจไปในที่สุด แต่ถ้าใครอยากจะออกกำลังกายให้ได้ตลอดรอดฝั่งโดยไม่เลิกกลางคันเสียก่อน ลองทำตามกลเม็ดที่นำมาแนะนำกันได้
1.เขียนเป้าหมายของตัวเอง- จดเป้าหมายของตัวเองไว้ในกระดาษว่าต้องการลดน้ำหนักสักกี่กิโลกรัม หรือต้องการเข้าโรงยิมกี่ครั้งต่อสัปดาห์ จากนั้นให้ก๊อบปี้ไปแปะไว้ในทุกที่ อาทิ ในรถ,โต๊ะทำงาน,ตู้เย็น,ห้องนอน,ห้องน้ำ เพื่อย้ำเตือนความจำ
2.หาเพื่อนคู่หู - เพื่อสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย ควรจะหาเพื่อนสักคนไปเล่นกีฬาด้วยกัน จะได้ช่วยกันกระตุ้นกันไปออกกำลังกายเวลาที่คนใดคนหนึ่งรู้สึกขี้เกียจ
3.จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว- วิธีนี้อาจจะเสียเงินค่อนข้างสูง แต่จะเห็นผลได้รวดเร็วกว่าการฝึกเพียงลำพังคนเดียว
4.ติดตามผล- จดบันทึกพัฒนาการและความก้าวหน้าของตัวเองในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ จะได้เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
5.ค่อยเป็นค่อยไป- ไม่ควรเร่งตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเร็วเกินไป เนื่องจากจะมีผลเสียมากกว่าผลดี และควรจะตั้งเป้าหมายไว้ทีละอย่างจะดีกว่า
6.รู้สภาพที่แท้จริง- ควรจะรู้สภาพที่แท้จริงของตัวเองด้วยว่าช่วงเวลาใดที่สามารถออกกำลังกายได้ จะได้ตั้งเป้าให้เหมาะสมกับระยะเวลาในการออกกำลังกาย
7.ยืดหยุ่นได้- ถ้าไม่สามารถออกกำลังกายตามที่ตั้งใจไว้ได้ เนื่องจากติดประชุม ฝนตกหนัก อาจจะหาเวลาสัก 10 นาทีในการยืดกล้ามเนื้อแทน โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดที่ไม่ได้เข้าโรงยิมไปออกกำลังกาย
8.มีวันหยุดสักวัน- หาวันว่างสักวันเพื่อผ่อนคลาย อาจจะเป็นการอ่านหนังสือ,ดูหนัง,ทานอาหารค่ำข้างนอกกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงบ้าง


http://www.thaihealth.or.th/node/6618

ทำงานบ้านคือการออกกำลังกาย



เสียเหงื่อ รับรองไม่เสียงาน ไม่เสียเวลา แถมสุขภาพแข็งแรง!!


วันนี้มีวิธีออกกำลังกายสำหรับแม่บ้านพ่อบ้านที่วันๆต้องทำงานบ้านกันอย่างหนักหน่วงจนทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือบางครั้งเวลาพอมี แต่กวาดบ้านถูบ้านกันจนไม่มีแรกออกไปเสียเหงื่อ รับรองว่าไม่เสียงาน ไม่เสียเวลา เพราะมันเป็นการออกกำลังกายระหว่างการทำงานบ้านนั่นเอง

1. เดิน-ขึ้นลงบันได วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่อยู่บ้านหลายชั้น หรืออยู่ตึกสูงอย่าง คอนโดฯหรืออพาร์ตเมนต์ เริ่มต้นด้วยการเดินขึ้นบันไดหนึ่งขั้นแล้วถอยหลังลง ให้ได้ 10 ครั้ง แล้วเพิ่มเป็นเดินขึ้น 2 ขั้น เดินลง 2 ขั้นให้ครบ 10 ครั้งเหมือนเดิม แต่อย่าลืมว่าต้องดูบันไดดีๆ ว่าชันเกินไปหรือไม่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

2. ยกตะกร้าผ้า ให้พ่อบ้านแม่บ้านยืนแล้วยกตะกร้าผ้าขึ้นเหนือศรีษะหลังจากนั้นก็ยกไปด้านหน้าสลับไปด้านหลังให้ได้ 3 ครั้ง แล้วค่อยนอนราบกับพื้นยกตะกร้าผ้าขึ้นลงเหนือหน้าอกแต่ไม่ควรให้ตะกร้ามีผ้ามากเกินไป เพราะอาจจะหล่นใส่ผู้ออกกำลังกายได้ การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้จะช่วยบริหารหัวไหล่ แขนส่วนบนและกล้ามเหนื้อหลังส่วนบน

3. เก้าอี้หมุนแสนสนุก ใช้เก้าอี้ที่มีล้อให้ลองนั่งเก้าอี้แล้วยืดมือออกไปจับขอบโต๊ะ จากนั้นใช้กล้ามเนื้อแขนดึงตัวเองเข้าไปใกล้โต๊ะแล้วผลักตัวเองออกห่าง เป็นการออกกำลังกายต้นแขนให้กระชับ และเพรียวขึ้นได้

4. ล้างจานเข้าจังหวะ ในขณะที่กำลังล้างจานให้เดินย่ำซ้าย-ขวาไปเรื่อยๆ วิธีนี้เป็นการบริหารต้นขาและน่องแต่ระวังพื้นที่เปียกน้ำจะทำให้ลื่นล้มได้

วิธีข้างต้น เป็นแค่วิธีการบางส่วน บางคนอาจจะมีวิธีทำงานบ้านและออกกำลังกายตามแบบฉบับของตัวเอง ลองมาดูประโยชน์จากการออกกำลังกายในบ้านกันบ้าง

ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยของ มหาวิทยาลัยเอเดเลดฟลินเดอร์ ในสกอตแลนต์ พบว่า กิจกรรมของงานบ้านมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญแคลอรี ได้พอๆ กับการออกกำลังกายในรูปแบบอื่น ที่ช่วยบริหารหลอดเลือด นอกจากนี้ผลการศึกษายังยืนยันว่า งานบ้านหลายอย่าง มีผลต่อการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ในระดับเดียวกันกับการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด

การทำงานบ้านมีการแบ่งการเสียพลังงานออกเป็น 3 ระดับ คือ กิจกรรมงานบ้านในระดับใช้พลังงานน้อยๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน รีดผ้า รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ เป็นการออกกำลังที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปที่หนึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อเฉพาะที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด แต่ประโยชน์ที่เกิดกับระบบหายใจและหัวใจจะไม่ชัดเจน การทำงานบ้านหลายๆอย่างที่ต่อเนื่องผสมผสาน เช่น รีดผ้า 50 นาที กวาดบ้าน 30 นาที หรือการเช็ดถูบ้าน 52 นาที จะเผาผลาญพลังงานได้ถึง 100-200 กิโลแคลอรี ส่วนกิจกรรมงานบ้านที่ใช้พลังงานในระดับกลาง คือการปลูกต้นไม้ การขุดดิน การตัดต้นไม้เนื่องจากต้องใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ในการทำงานเป็นเวลานาน จะทำให้รู้สึกเหนื่อยเมื่อตัดต้นไม้โค่นต้นไม้ เนื่องจากในขณะที่กำลังฟันต้นไม้เป็นกิจกรรมสลับไปมาระหว่างการเกร็งกล้ามเนื้อ การทำงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน และการทำงานแบบใช้ออกซิเจน จะมีการหายใจและหยุดเป็นช่วงๆ

ขณะที่งานบ้านที่ทำให้เสียพลังงานมากหรือระดับหนัก คือ การย้ายของย้ายเฟอร์นิเจอร์จากห้องหนึ่งไปห้องหนึ่ง การขึ้นลง บันไดซ้ำๆ หลายๆ เที่ยวอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบหัวใจและปอด ซึ่งจะสักเกตได้จากการที่หายใจถี่ขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้น

สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่ทำงานบ้านบ่อยๆมีผลวิจัยที่ทำให้ยิ้มได้กันอีกคือรายงานในวารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาอังกฤษระบุว่า การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องแค่ 20 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น ทำความสะอาดบ้าน วิ่งจ๊อกกิ้ง สามารถลดอาการซึมเศร้าได้ ยิ่งออกำลังกายบ่อยๆ และมากๆ ก็ยิ่งเป็นผลดี

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน ได้สำรวจข้อมูลของประชาชน 20,000 คนที่ออกกำลังกายทุกวัน เพื่อศึกษาผลที่มีต่อสภาพจิตใจและงานวิจัยอีกชิ้นในวารสารฉบับเดียวกันพบว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนและคนชราที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะแก่ตัวช้าลง

ในจำนวนชายสก๊อต 20,000 คน มี 3,000 คนที่บอกว่าตัวเองรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล ผลวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังกายจะมีแนวโน้มน้อยลงที่จะมีอาการดังกล่าว การเล่นกีฬาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะลดความเสี่ยงได้ 33 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การทำงานบ้านและการเดินจะช่วยลดได้ 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว



http://www.thaihealth.or.th/node/14296